ในการผลิตสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ปัจจัยที่ผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญมาเป็นอันดับแรกนั่นคือความปลอดภัยของผู้บริโภคซึ่งไม่ใช่แค่วัตถุดิบผลิตอาหาร แต่ยังรวมถึงวัสดุที่ต้องใช้สำหรับการทำบรรจุภัณฑ์ด้วย แผ่นพลาสติก PP จึงจัดเป็นอีกตัวเลือกที่มีความน่าสนใจและได้รับความนิยมอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมอาหารเครื่องดื่มทุกประเภท ด้วยคุณสมบัติเด่นในหลายด้านที่คุณเองอาจไม่เคยรู้มาก่อน
พลาสติก คือวัสดุพอลิเมอร์สังเคราะห์จากสารอินทรีย์ น้ำหนักเบา ขึ้นรูปง่าย ทนทาน และมีต้นทุนต่ำ นิยมใช้ในบรรจุภัณฑ์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และทางการแพทย์ แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ เทอร์โมพลาสติก (หลอมใหม่ได้) และเทอร์โมเซตติ้ง (หลอมไม่ได้) โดยทั่วไปแบ่งสัญลักษณ์รีไซเคิลได้ 7 ประเภท เพื่อการจัดการที่ถูกต้องประเภทของพลาสติกและสัญลักษณ์ 7 ชนิด PETE/PET (Polyethylene Terephthalate): ใส แข็ง ทนแรงกระแทก ใช้ทำขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำมันพืชHDPE (High-Density Polyethylene): ขุ่น หนา ทนสารเคมี ขวดนม ขวดน้ำยาซักผ้าPVC (Polyvinyl Chloride): ท่อประปา สายยาง หนังเทียมLDPE (Low-Density Polyethylene): นิ่ม ใส ถุงร้อน ถุงเย็น ฟิล์มห่ออาหารPP (Polypropylene): เบา ทนความร้อนสูง กล่องอาหาร ไมโครเวฟได้PS (Polystyrene): แข็ง เปราะ กล่องโฟม ช้อนส้อมพลาสติกOther: พลาสติกผสมอื่นๆ เช่น โพลีคาร์บอเนต (PC)
พลาสติกเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ซึ่งพลาสติกแต่ละชนิดนั้นย่อมมีคุณสมบัติ ข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงเหมาะกับลักษณะการใช้งานและรูปแบบสินค้าที่แตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน
พลาสติก PP (Polypropylene) เป็นพลาสติกคุณภาพสูงที่ทนความร้อนได้ดีเยี่ยม (สูงถึง (160-170) °C) แข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่นสูง โปร่งใสแต่ไม่ถึงกับใสแจ๋ว ผิวเป็นมันวาว นิยมใช้ทำบรรจุภัณฑ์ใส่อาหารร้อน กล่องไมโครเวฟ ถ้วยโยเกิร์ต และขวดน้ำดื่มที่ใช้ซ้ำได้ เพราะปลอดภัยต่อสุขภาพ (Food Grade)
พลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate) คือ พลาสติกใสประเภท 1 ที่มีความเหนียว แข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา และป้องกันการซึมผ่านของก๊าซได้ดีเยี่ยม นิยมใช้ทำขวดบรรจุน้ำดื่ม ขวดน้ำอัดลม และบรรจุภัณฑ์อาหาร ปลอดสาร BPA มีความปลอดภัยสูง ทนต่อกรด และสามารถรีไซเคิลได้ 100% (rPET)